รีวิวหนัง Devil (ปีศาจ)

รีวิวหนัง Devil (ปีศาจ)

เนื้อเรื่องพูดถึงเรื่องราวในวันหนึ่งที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ที่อยู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้น ซึ่งก็คือมีคนตกอาคารเสียชีวิตจากชั้นที่ 35 นั่นทำให้สายสืบบาวเดน (รับบทบาทโดย Chris Messina) จะต้องเข้ามาทำหน้าที่ที่อาคารแห่งนี้ เพื่อสืบเสาะหาเรื่องจริง แต่ว่าในเวลาเดียวกัน ที่อาคารเดียวกันนี้กลับเกิดเหตุการณ์ลิฟต์ค้างขึ้นมา ถึงแม้ว่าระบบทุกๆอย่างดูปกติดีทุกอย่าง โดยลิฟต์ที่ค้างนั้นมีผู้โดยสารที่ยังติดอยู่ในลิฟต์ทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วย “เบน” (รับบทโดย Bokeem Woodbine) รปภ.คนใหม่ของอาคาร, “ซาร่า” (รับบทบาทโดย Bojana Novakovic) หญิงสาวคนหนึ่ง, “วินซ์”(รับบทบาทโดย Geoffrey Arend) เซลล์แมนสุดกวน, หญิงสูงอายุ (รับบทบาทโดย Jenny O’Hara) รวมทั้ง “แอนโทนี” (รับบทบาทโดย Logan Marshall-Green) ชายหนุ่มคนหนึ่ง เรื่องราวเหมือนจะเป็นการที่ลิฟต์ค้างตามปกติ แต่ว่าเมื่อใดก็ตามไฟในลิฟต์ดับลงชั่วขณะนั้นจะมีคนต้องตายทุกครั้งเมื่อไฟติด

ความรู้สึกหลังดูหนังเรื่องนี้

เอาจริงๆแล้วมันลุ้นระทึกมากนะกับหนังเรื่องนี้ เราดูไปลุ้นไป ดูไปกรี๊ดไป พูดได้ว่าเป็นชั่วโมงกว่าที่อัดแน่นมากๆไหนจะต้องคิดตามว่าใครกันนะที่เป็นปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มผู้โดยสารที่ติดอยู่ในลิฟต์นั้น ไหนจะต้องรอระแวงว่า ปีศาจมันจะฆ่าใครเป็นรายถัดไป แล้วจะมีผู้รอดพ้นจากความตายไปได้หรือไม่

ทั้งการรวมตัวของคนทั้ง 5 คนที่ติดอยู่ในลิฟต์นั้นยังไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่เราคิดกันหรอกนะ เพราะว่าใน 5 คนนั้นล้วนมีส่วนเกี่ยวพันกันทั้งหมด สุดแท้แต่ละคนก็ไม่ใช่คนดีอย่างที่เราเห็น ซึ่งทุกคนล้วนมีเรื่องมีราวราวที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่นและก็ยังรวมทั้งทำให้คนอื่นตายไป แต่ไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น แถมยังหลีกหนีปัญหาอีกด้วย ทั้งหมดนี้บางทีก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหนังที่สอนให้เรารู้จักยอมรับความจริง และรับผิดชอบต่อเหตุที่เกิดขึ้นอย่างที่มันควรจะเป็น อย่างที่เราเห็นในช่วงท้ายของเรื่องที่แอนโทนี่ยอมรับความผิดที่ตนเองได้ทำไปนั้น นั่นทำให้ปีศาจต้องไว้ชีวิตเขาทั้งๆที่ต้องการฆ่าเขาไปให้ได้

สำหรับหนังเรื่องนี้ ถ้าเกิดใครที่มีเวลาไม่มากเท่าไรนัก และยังชอบหนังแนวปีศาจสยองขวัญที่ไม่ได้น่าสยดสยองเลือดสาด หนังเรื่องนี้ก็คงจะตอบโจทย์คุณได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว แต่ว่าถ้าเกิดคุณชอบหนัง ดูหนังออนไลน์ แนวฟีลกู๊ดหนังเรื่องนี้ก็บางทีอาจจะไม่ใช่แนวสำหรับคุณเลย แต่ว่าส่วนตัวเรา เราให้หนังเรื่องนี้สอบผ่านฉลุยเลย พูดได้ว่าเป็นชั่วโมงกว่าที่คุ้มค่ามากๆ